เมื่อชีวิตนี้จบลง เรื่องเล่าของเราจะเป็นเรื่องแบบไหน?

เป็นเรื่องแฮปปี้เอ็นดิ้ง เป็นการผจญภัยสุดมหัศจรรย์

หรือเป็นเพียงเรื่องราวน่าเบื่อเรื่องนึงที่ไม่มีอะไรน่าจดจำ

หนึ่งชีวิต…เหมือนจะนาน แต่ถ้าไม่ทันระวัง เผลอแป๊บๆ อาจรู้สึกว่าโควต้าในการมีชีวิตบนโลกนี้ทำไมถึงหมดเร็วขนาดนี้้

ก่อนหน้านี้ ขณะกำลังทำงานอันน่าเบื่อหน่ายในแต่ละวัน หลายครั้งเหลือเกินที่ภายในหัวผมก็ตะโกนโหวกเหวกขึ้นมาว่า “นี่แกกำลังทำอะไรอยู่! อยากมีชีวิตแบบนี้ไปทั้งชีวิตเหรอไง!”

เสียงนั้นไม่น่าฟังเท่าไหร่ แต่ข้อดีคือ มันช่วยปลุกผมให้ตื่น ให้ลุกขึ้นมาทำบางอย่างกับชีวิต ทำอะไรมากกว่าแค่นั่งบ่น หรือคอยโทษโน่นโทษนี่ว่าเป็นตัวการทำให้ชีวิตเราย่ำแย่

สิ่งที่ผมทำหลังจากนั้นคือ พยายามเต็มที่ ที่จะทำให้ชีวิตนี้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ตัวเองอยากฟัง ที่พอแก่ตัวไปแล้วรู้สึกภูมิใจเมื่อได้เล่าถึงความพยายามในการฝ่าฟันสร้างสรรค์อะไรซักอย่างให้กับคนที่ผมรัก

เราทุกคนต่างกำลังเขียนเรื่องเล่าของตัวเอง

ขออวยพรให้เรื่องเล่าของทุกท่าน เป็นเรื่องที่เขียนออกมาได้ดังที่ตั้งใจ

แม้จะเป็นเรื่องราวความสำเร็จเล็กๆ ที่อาจไม่สลักสำคัญสำหรับคนอื่น แม้จะมีคำค่อนขอดว่าเรื่องเล่าของเรานั้นมันไม่เห็นจะโก้หรูเท่าของใครๆ…ก็อย่าไปสน

สู้เพื่อให้ได้เรื่องเล่าที่ดีซักเรื่อง

เรื่องเล่าความสำเร็จที่น่าจดจำแค่เรื่องเดียว…ก็นับว่าดีเพียงพอแล้ว สำหรับการเกิดมา

สปอยตอนจบหนัง อาจไม่มีใครอยากฟัง

แต่ชีวิตเราตอนจบอยากให้เป็นไง สปอยเลย ไม่มีใครสน

ตอบจบเรื่องของเรา ตัวเอกตายแน่นอน แต่จะแฮปปี้เอ็นดิ้งสุดๆ..สปอยไว้เลย

เพราะเราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและน่าจดจำแล้ว

ภาณุมาศ ทองธนากุล

ผู้เขียนหนังสือ Life is a Lottery : คุณคือผู้โชคดี

ป่าตะขอ.. ที่ โปแลนด์

ป่ารูปร่างประหลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศโปแลนด์

มีความสวยงามที่ประหลาดตรงที่ มีต้นสนจำนวนมากประมาณ 400 ต้น ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ มีลักษณะโค้งงอบริเวณโคนต้น ผิดแผกแตกต่างไปจากต้นไม้โดยทั่วๆไป

ซึ่งที่มาของรูปร่าง ไม่ทราบแน่ชัด รู้เพียงว่ามีคนมาปลูกเอาไว้ในปี ค.ศ. 1939

อย่ามองคนอื่นเพียงแค่เปลือกนอก

ณ ธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง มีลุงแก่แต่งตัวมอซอคนหนึ่งเดินเข้ามาในธนาคาร

เขามา เพื่อถอนเงินจำนวน 1,000 บาท

แต่กลับโดนมองด้วยสายตาไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าจากพนักงาน และผู้ใช้บริการรายอื่นๆ

พนักงาน : ลุงเบิกแค่นี้ ทำไมไม่ไปกดที่ตู้ ATM (พูดน้ำเสียงไม่พอใจ)

ลุง : ลุงกดไม่เป็นเลยมาที่เค้าทเตอร์

พนักงาน : ที่เค้าทเตอร์เค้าให้เบิก ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปค่ะ

ลุง : ถ้างั้นลุงถอนหมดบัญชีเลยแล้วกัน (ว่าแล้วก็ยื่นสมุดบัญชีให้พนักงาน)

แต่เมื่อเธอรับไปด้วยความไม่สบอารมณ์แล้วเปิดออกก็ต้องตกตะลึง!! เพราะมีเงินตั้ง 11 ล้านบาทกว่าๆ

พนักงาน : เอ่อ..ลุงคะ ไม่สามารถถอนได้ทั้งหมดในวันนี้ได้หรอกค่ะ เพราะลุงต้องทำเรื่องล่วงหน้าก่อน

ลุง : งั้นถ้าลุงจะถอนตอนนี้ ได้สูงสุดเท่าไหร่ล่ะ

พนักงาน : 3 ล้านค่ะ

ลุง : งั้นลุงถอน 3 ล้าน แล้วกัน

พนักงานทั้งสาขาต่างวุ่นวายทำเรื่องเบิกเงินให้คุณลุง แก้วน้ำเย็นเจี๊ยบถูกนำมาเสริฟ์ต่อหน้า พร้อมกับเชิญไปนั่งที่โต๊ะรับแขกแสนนุ่ม

เวลาผ่านไปสักพัก พนักงานก็จัดการนับเงินให้ลุงจำนวน 3 ล้านจนครบ แล้วมอบให้ลุง พอลุงแกได้รับเงิน ก็จัดการนับแยกเงินจำนวน 1,000 บาท แล้วเอาใส่กระเป๋ากางเกง หลังจากนั้นแกก็ยื่นเงินส่วนที่เหลือให้พนักงาน พร้อมพูดว่า

“ช่วยนับเงินที่เหลือ แล้วเอาเข้าบัญชีลุงเหมือนเดิม ทีนะ !!!”

“มาราไคโบ” ทะเลสาบแห่งสายฟ้า ทะเลสาบที่มีฟ้าแลบฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก

“มาราไคโบ” ทะเลสาบแห่งสายฟ้า ทะเลสาบที่มีฟ้าแลบฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก

ว่ากันว่า.. ทะเลสาบแห่งนี้ จะมีพายุฟ้าแลบฟ้าผ่าวันละกว่า 10 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 280 ครั้ง หนึ่งชั่วโมงมี 60 นาที นาทีละ 4 ครั้ง หรือทุก 15 วินาทีโดยเฉลี่ย

แถมฟ้าแลบฟ้าผ่าที่นี่ เกิดขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 140 – 160 วันต่อปี แสงที่้เกิดขึ้นมองได้ไกลในระยะหลายร้อยกิโลเมตร

ฟ้าแลบฟ้าฝ่าที่นี่คิดเป็นเกือบ 40% ของฟ้าแลบฟ้าผ่าบนโลกใบนี้ เยอะขนาดนี้กันเลย!!

แต่จำนวนครั้งของฟ้าผ่า อาจแตกต่างกันไปในแต่ละปี ตัวอย่างเช่น มันหยุดกิจกรรมนี้ไประหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2010 เนื่องจากเผชิญปัญหาความแห้งแล้ง

ทำให้ทะเลสาบ Maracaibo แห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งพายุฟ้าผ่าไม่มีวันจบสิ้น สถิตินี้รับรอง

โดย “กินเนสส์บุ๊ค”

และถ้าคุณต้องการข้อมูลเรื่องนี้ ปรากฎการณ์ที่นี่มีศัพท์ทางวิชาการว่า Catatumbo Lightning ซึ่งเป็นชื่อแม่น้ำในทะเลสาบ แม่น้ำแห่งนี้มีฉายาว่า แม่น้ำแห่งไฟ

📌 โดยปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเราเรียกว่า “สายฟ้าคาตาตัมโบ” ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศอบอุ่นที่จับตัวอยู่เหนือลุ่มน้ำ มาราไกโบ ปะทะกับสภาพอากาศเย็นที่พัดลงมาจากภูเขาสูงก่อให้เกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนองซึ่งก่อให้เกิดเหตุฟ้าผ่าเฉลี่ย 28 ครั้ง/นาที ย้ำว่าพิมพ์ถูกต้องแล้ว

📖 ลักษณะเบื้องต้น

ทะเลสาบมาราไกโบ เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ตอนบนของ ประเทศเวเนซุเอลา เป็นทะเลสาบที่ใหญที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีเนื้อที่ 13,200 ตารางกิโลเมตร มีทางออกสู่ทะเลทางตอนเหนือ

📖 ความสำคัญของทะเลสาบ

1. ทะเลสาบแหล่งนี้เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศเวเนซุเอลาและทวีปอเมริกาใต้ ข้อมูลจากนาซ่าระบุว่ามีท่อน้ำมันและท่อก๊าซสลับซับซ้อนอยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้คิดเป็นกว่า 15,000 ไมล์

2. บริเวณนี้ถูกบันทึกว่าเป็นแหล่งกำเนิด โอโซนในธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ( the largest natural producer of atmospheric ozone in the world.)

3. ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นหนึ่งในทะเลสาบเก่าแก่ที่สุดของโลก จัดเป็นทะเลสาบที่เต็มไปด้วยฟอสซิลมหาศาลเบื้องล่าง แปลเป็นไทยก็แปลว่ามีทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

เคล็ดไม่ลับ กำจัดกลิ่นเหม็นจากรองเท้าผ้าใบ

ใส่รองเท้าผ้าใบช่างเดินสะดวกแสนสบาย แต่บ้านเมืองเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน กลิ่นของมันช่างไม่สบายจมูกเอาซะเลยเนอะ รองเท้าทั้งผ่านน้ำท่วม ผ่านเหงื่อเรา ทำให้เกิดกลินเหม็นอับได้ง่ายๆ เราเลยมี วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นจากรองเท้าผ้าใบ ป้องกันรองเหม็นมาฝากกันค่ะ

รวมเคล็ดไม่ลับกำจัดกลิ่นเหม็นจากรองเท้าผ้าใบ

1. กระดาษหนังสือพิมพ์
เวลาซื้อรองเท้าใหม่ๆ สังเกตุมั้ยคะว่าร้านรองเท้าไม่ว่ามือแรกหรือมือสอง มักใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ยัดใส่รองเท้า ไม่ใช่แค่ให้รองเท้าคงรูปอย่างเดียว แต่มันสามารถลดกลิ่นรองเท้าได้ด้วยนะ แต่ถ้าเหม็นและสกปรกมาก กระดาษก็เอาไม่อยู่เหมือนกันจ้า

2. พื้นรองเท้า
เมื่อเราใช้รองเท้าคู่ใจมาเป็นเวลานาน ก็ย่อมเป็นที่สะสมสิ่งสกปรกไปด้วย หมักหมมในรองเท้าจนเกิดกลิ่น เฉพาะฉะนั้นการเปลี่ยนพื้นรองเท้าก็จะช่วยให้กลิ่นอับน้อยลงได้ค่ะ

3. แป้ง
หากเกิดกลิ่นอับแต่ไม่มีเวลามากพอที่จะกำจัดกลิ่น ก็ใช้แป้งเด็กที่เราใช้กันทุกวันนี่แหละค่ะ เอามาโรยๆ ในรองเท้า ป้องกันความอับชื้นและสามารถช่วยบรรเทาความเหม็นอับได้

4. กากกาแฟ
หากใครทานกาแฟสดที่บ้านแล้วมีกากกาแฟก็นำมาใช้ได้เลย หากไม่มีก็สั่งซื้อมาเก็บไว้เลย เพราะมีประโยชน์มาก สามารถนำมาใส่ถุงกาแฟ หรือถุงเท้าแบบบาง และนำไปวางในรองเท้า กลิ่นอับก็จะเบาบางลง

5. ซัก
วันนี้วันหยุด มีแดดแรง เวลาเหลือเฟือก็ซักเลยค่ะ เป็นวิธีกำจัดกลิ่นอับที่ดีที่สุด ตากกับแดดจัดๆ ลมดีๆ กลิ่นเหม็นนี่หายแน่นอน

6. เบคกิ้งโซดา
เรียกว่าผงอเนกประสงค์สารพัดประโยชน์จริงๆ กับเบคกิ้งโซดา สามารถนำมาโรยในรองเท้าและตากแดดทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงเพื่อลดกลิ่นอับได้

วันนี้ในอดีต : 8 มิถุนายน

8 มิถุนายน พ.ศ. 2326 (ค.ศ. 1783)

ภูเขาไฟลาไค ในประเทศไอซ์แลนด์ปะทุนาน 8 เดือน มีผู้เสียชีวิต 9,000 ราย เกิดภาวะทุพภิกขภัย 7 ปี และทำให้อุณหภูมิโลกลดลงเพราะมีซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 120 ล้านตัน

ถูกพัดขึ้นไปในซีกโลกเหนือส่งผลให้พืชในยุโรปแห้งตายและเกิดภัยแล้งในทวีปอเมริกาเหนือและอินเดีย

คู่มือชีวิต

“คู่มือชีวิต ตอนที่ 1”

1🌻ไม่จำเป็นที่เราต้อง “ชนะ” ทุกอย่าง

เพราะ “ความล้มเหลว”

มักสอนให้เรา “เติบโต” เสมอ

.

2🌻ถ้าเรายังไม่ยอมจัดการ “ชีวิต” ตัวเอง

ให้ดี สักวันเราจะถูกคนอื่น

จัดการ “ชีวิต” ของเราแทน

.

3🌻ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไขว่คว้า

“ความสำเร็จ” ตลอดเวลา

ถ้าข้างทางนั้น “สวยงาม”

ก็ควรหยุด “ชื่นชม” มันเสียบ้าง

.

4🌻อย่ามัวแต่ขอให้ตัวเอง “ร่ำรวย”

เพราะการขอให้ตัวเอง “มีความสุข”

ย่อมยั่งยืนมากกว่า

.

5🌻”ล้ม” ได้นะ แต่ต้องรีบ “ลุก” ให้ไว

อย่าล้มนาน จนปล่อยให้

ใครวิ่งมา “เหยียบ” คุณได้อีก

.

6🌻”อดีต” แม้แก้ไม่ได้

แต่อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้น

“ซ้ำรอย” เก่าก็พอ

.

7🌻คน “ร้องไห้” ไม่ได้หมายความว่า

เขา “อ่อนแอ” เสมอไป

ตราบใดที่ “น้ำตา”

ยังคงเป็นยารักษาอาการ “ท้อแท้”

ที่ดีที่สุดของคน “เข้มแข็ง” ที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้

.

8🌻อย่าทับถมคนที่ “ด้อยกว่า” เพราะวันนึงที่เขาอยู่สูงกว่าเรา เราอาจโดนเขา “ทับถม”

กลับ โดยไม่รู้ตัว

.

9🌻ใช้ “เวลา” อยู่กับคนที่รักเมื่อยังมี “โอกาส” ย่อมสำคัญกว่ารอให้มีครบทุกอย่าง

แต่ไร้คนรัก หรือครอบครัวข้างกายแล้ว

เพิ่งมานึกได้เมื่อสายไป

.

10🌻ไม่ “คาดหวัง”

ก็ย่อมไม่ “ผิดหวัง” เป็นธรรมดา

.

ทำความรู้จัก หัวเว่ย ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจีน

หัวเว่ยเทคโนโลยี

เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และติดตั้งงานโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ในปี ค.ศ. 2012

หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยเหริน เจิ้งเฟย ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้บริโภค โดยมีพนักงานรวมทั้งหมดกว่า 110,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอีกกว่า 20 แห่งทั่วโลก

ในปี 2010 หัวเว่ยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ของนิตยสารฟอร์จูน ด้วยยอดขาย 21.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันบริษัทยังเป็นบริษัทจำกัด ที่ไม่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป แต่กระจายหุ้นให้เฉพาะกับพนักงานบริษัท