แบบนี้ก็ได้เหรอ ชาวเน็ตรุมจวกเละ! สาวใส่ชุดข้าราชการครู โพสท่าแหวกอก-สุดเซ็กซี่กลางผับ

ชุดข้าราชการครู / เป็นอีกปมร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพตัวเองจัดปาร์ตี้วันเกิดในสถานบันเทิง แต่ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์มาจากชุดที่หญิงสาวคนดังกล่าวใส่มาในงาน โดยเป็นชุดข้าราชการครูสีกากี และแต่งในลักษณะไม่เหมาะสม

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าวได้แต่งคอสเพลย์ชุดข้าราชการ ก่อนโพสท่าเซ็กซี่กลางสถานบันเทิง จากภาพสาวคนดังกล่าาวยังปลดกระดุมเสื้อแหวกโชว์หน้าอกจนเห็นชุดชั้นใน ทำให้โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

แถมยังโพสต์แคปชั่นในภาพด้วยว่า “ครูดุนะ หนูไหวหรอ..??? ดิฉันประจำอยู่ห้องเรียนแห่งหมู่บ้าน_ีสวดค่ะ” ก่อนเรื่องราวครั้งนี้จะกลายเป็นดราม่าถึงความเหมาะสมในการใส่ชุดข้าราชการครูและโพสท่าในลักษณะยั่วยวน


มีเงินเยอะแต่ทำไมไม่รวยสักที นิสัยเหล่านี้รู้ทัน คือ รวย…

บางคน… ” เมื่อได้เงินมา “ ก็มักซื้อ

ความหรูหราก่อน ซื้อความสุขสบายก่อน

หน้าใหญ่ ใจโต ขอให้ได้อวดก่อน

” ค น ร ว ย “ เขาซื้อของแพงๆหลังจาก… รวยแล้ว

” ค น จ น “ ซื้อแต่ของแพงทั้งๆที่… ยังไม่รวย

” ค น ร ว ย “ สร้างกิจการ นำเงินมาต่อยอดไปตรงไหนก็มีสาขาเพิ่ม ขยายกิจการไปเรื่อย มีร้านตัวเอง หันไปทางไหน มีแต่รายได้ แล้วค่อยนำกำไรที่เหลือ มาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

” ค น จ น “ สร้างแต่หนี้ หันไปทางไหนก็มีแต่เจ้าหนี้ รายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายมากกว่าเดิม

คนที่ส่อแววว่า ” จ ะ จ น “ คือ… ” มีเงินปั๊บ… ซื้อของที่ตัวเองอยากได้ก่อน “

คนส่วนใหญ่ในสังคม… เข้าใจคำว่า ” รางวัลชีวิตผิดๆ “

ไม่รวยจริงๆ อย่าไปฝืนทำแบบนี้ กี่ปีๆก็

“ จ น แ ล้ ว จ น อี ก “

Cr. ขอบคุณข้อคิดดีๆจาก : สิริทัศน์ สมเสงี่ยม

สวนทางโลก! อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘การตั้งครรภ์’ ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหญิงผิวสี

งานวิจัยใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) เปิดเผยว่าสถิติการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากการตั้งครรภ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในหมู่หญิงผิวสี
.
งานวิจัยชี้ว่าระหว่างปี 2011-2015 มีผู้หญิงในสหรัฐฯ มากกว่า 3,400 คน เสียชีวิตจากอาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ คิดเป็นอัตราการตาย 17.2 ชีวิตต่ออัตราการเกิดและรอดชีวิต 100,000 ชีวิต ซึ่งสถิติเมื่อ 25 ปีก่อนหน้านี้อยู่ที่ 12 ต่อ 100,000 ชีวิตเท่านั้น

.
เมื่อวิเคราะห์เฉพาะผู้หญิงผิวขาว สถิติการเสียชีวิตของแม่อยู่ที่ 13 ต่อ 100,000 คน แต่สำหรับผู้หญิงผิวสีอัตราการเสียชีวิตของแม่อยู่ที่ 42 ต่อ 100,000 คน สูงกว่ากลุ่มแรกมากกว่า 3 เท่าตัว
.
ในจำนวนการเสียชีวิตข้างต้น ร้อยละ 33 เกิดขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ถึง 1 ปีหลังคลอด และสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ คืออาการเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด การติดเชื้อ และการตกเลือด
.
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรครายงานว่า ร้อยละ 60 ของการเสียชีวิตเหล่านี้สามารถป้องกันได้ ซึ่งต้องการการเคลื่อนไหวจากภาครัฐและชุมชนที่แม่อาศัยอยู่ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร รวมถึงต้องการผู้ให้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบด้านการแพทย์มารองรับ
.
ทั้งนี้ การที่อัตราการเสียชีวิตของแม่ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้นนับว่าสวนทางกับโลก เนื่องจากสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่าตั้งแต่ปี 1990-2015 อัตราการเสียชีวิตของแม่โดยทั่วโลกลดลงถึงร้อยละ 44

‘กัมพูชา’ เริ่มส่งออกกล้วยสู่ ‘จีน’

เมื่อวันที่ (9 พ.ค.) ที่ผ่านมา ประเทศกัมพูชาได้จัดพิธีฉลอง “การส่งออกกล้วย” สู่จีนเป็นครั้งแรก โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมแสดงความยินดีกับความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นภายใต้กรอบการทำงานของแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน

.
“นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัมพูชาและจีนภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” เวง สาคร รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของกัมพูชา ซึ่งเข้าร่วมพิธีฯ ในกรุงพนมเปญกล่าว
.
“ไม่เพียงช่วยกระตุ้นปริมาณการค้าระดับทวิภาคี แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชาในเขตชนบทผ่านการจ้างงาน” เวงกล่าว โดยเขาแสดงความขอบคุณจีนที่เปิดตลาดให้สินค้ากัมพูชา
.
ทั้งนี้ กัมพูชาตั้งเป้าหมายส่งออกกล้วยสู่จีน จำนวน 130,000 ตันในปี 2019
.
ด้านหลี่อาน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้าของสถานทูตจีนประจำกัมพูชา ซึ่งเข้าร่วมพิธีฯ ด้วยเช่นกัน กล่าวว่าเป็นความก้าวหน้าของความร่วมมือด้านการเกษตรและจะส่งเสริมปริมาณการค้าระหว่างสองประเทศยิ่งขึ้น
.
“นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและจีนที่ผลิดอกออกผลงดงาม” หลี่กล่าว “ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าการส่งออกกล้วยสู่จีนจะกระตุ้นการพัฒนาการเกษตรและนำพาผลประโยชน์สู่ชาวสวนชาวไร่ของกัมพูชา”
.
งิน ชาย อธิบดีกรมการเกษตรของกัมพูชา แจกแจงว่าการส่งออกเกิดขึ้นหลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามพิธีสารสุขอนามัยพืช ซึ่งช่วยปูทางการส่งออกกล้วยจากกัมพูชาสู่จีน เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน
.
งินเสริมว่าเมื่อเดือนเมษายน กรมศุลกากรจีนได้อนุมัติสวนกล้วยและโรงงานบรรจุภัณฑ์ของกัมพูชาอย่างละ 5 แห่งเป็นครั้งแรก ทำให้วันนี้กัมพูชาได้ส่งออกกล้วยมากกว่า 100 ตันจากท่าเรือสีหนุวิลล์สู่เซี่ยงไฮ้
.
แสง ทาย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ลงนามบันทึกความเข้าใจกับกัมพูชา ซึ่งช่วยให้ชาวกัมพูชาสามารถส่งออกกล้วยที่ถือเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสู่จีนลำดับที่ 4
.
เพ ฮก ฌวน ประธานบริษัทเกษตรกรรมลองเมต (Longmate Agriculture) ของกัมพูชา เผยว่าบริษัทของเขาเพาะปลูกกล้วยบนที่ดินมากกว่า 2,500 ไร่ และเตรียมจะขยับขยายพื้นที่เป็นมากกว่า 6,250 ไร่ในอนาคต
.
“บริษัทคาดการณ์ว่าจะส่งออกกล้วยสู่จีนราว 22,000 ตันในปี 2019 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 33,000 ตันในปี 2020” เพกล่าว โดยเขาเสริมว่าบริษัทได้สร้างงานแก่ชาวบ้านท้องถิ่นมากกว่า 800 อัตราแล้วในปัจจุบัน
.
(ภาพซินหัว – กล้วยสุกสีเหลืองนวลที่ถูกส่งออกจากกัมพูชาสู่จีน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2019)

บริษัทรถบัสอเมริกันโดนสั่งปิดสายฟ้าแลบ หลังโดนฟ้องฐานโฆษณาส่อเสียดคนจีน

สื่อท้องถิ่นรายงาน บริษัทรถโดยสารประจำทาง ซัปเออร์เบิน เอกซ์เปรส (Suburban Express) เมืองแชมเพน รัฐอิลลินอยซ์ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา ปิดกิจการกะทันหัน หลังอัยการสูงสุดรัฐอิลลินอยซ์สั่งฟ้องข้อหาปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการชาวเอเชียอย่างไม่เป็นธรรม

.
สำนักข่าวชิคาโกทริบูน (Chicago Tribune) รายงาน เมื่อวันพุธ (8 พ.ค.) เดนนิส เทิปเปน (Dennis Toeppen) เจ้าของบริษัทแถลงยุติกิจการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งปิดตัวเว็บไซต์ ซัปเออร์เบิน เอกซ์เปรสลงแล้วเมื่อวันพุธ หลังมีการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 พ.ค.) โดยสื่อไม่สามารถติดต่อเทิปเปนได้
.
เมื่อปีที่แล้ว เทิปเปนถูกสั่งฟ้องโดย ลิซา แมดิแกน (Lisa Madigan) อัยการสูงสุดประจำรัฐอิลลินอยซ์ในตอนนั้น หลังทางบริษัทปล่อยโฆษณาทางอีเมล์ด้วยข้อความว่า “คุณจะไม่รู้สึกเหมือนอยู่ในประเทศจีน เมื่อโดยสารรถของเรา”
.
โฆษณานี้พูดส่อเสียดถึงจำนวนประชากรนักศึกษาชาวจีนที่มีอยู่มากในมหาวิทยาลัยอิลลินอยซ์ เออร์บานา แชมเพน (University of Illinois at Urbana-Champaign – UIUC) โดยบริษัทซัปเออร์เบิน เอกซ์เปรสเปิดให้บริการกับนักศึกษาจาก 6 มหาวิทยาลัยในภูมิภาคตะวันตกตอนกลางของประเทศ ตามเส้นทางที่เชื่อมต่อกับเมืองชิคาโกเป็นส่วนมาก
.
ผู้คนจำนวนมากออกมาตำหนิทางบริษัท หลังเทิปเปนแถลงคำ “ขอโทษ” โดยอ้างว่า ตั้งใจจะสื่อถึงบริษัทคู่แข่งที่ส่วนมากมีผู้ใช้บริการเป็นนักเรียนชาวจีนเท่านั้น
.
โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา เทิปเปนได้บรรลุข้อตกลงประนีประนอมยอมความกับอัยการสูงสุด โดยข้อตกลงการประนีประนอมระบุว่า ทางบริษัทต้องคืนเงินราว 1 แสนดอลลาร์สหรัฐให้กับผู้โดยสาร และอบรมพนักงานไม่ให้เลือกปฏิบัติ ซึ่งอัยการสูงสุดจะเฝ้าสังเกตการณ์เป็นเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตาม ควาเม่ ราอุล (Kwame Raoul) อัยการสูงสุดรัฐอิลลินอยซ์คนปัจจุบัน ตั้งข้อกล่าวหาว่าเทิปเปนได้ละเมิดข้อตกลงการประนีประนอม
.
เอกสารของเทิปเปนที่ยื่นต่อศาลระบุว่า บริษัทซัปเออร์เบิน เอกซเปรสจะทยอยจัดการเรื่องบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 4-8 สัปดาห์ และคาดว่าจะปิดตัวลงถาวรภายในวันที่ 31 กรกฎาคม

(ภาพประกอบ : Chicago Tribune)

มาตรการลดภาระเด็กนักเรียนที่ จีน ห้ามรร.จัดสอบคัดเลือก-สั่งการบ้านเกินเกณฑ์-เริ่มสอนก่อน 8 โมง

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กรมสามัญศึกษาและหน่วยงานรัฐอีก 8 แห่งในมณฑลเหลียวหนิงของประเทศจีนเริ่มบังคับใช้นโยบายลดภาระทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั้งในโรงเรียนรัฐและเอกชน โดยได้กำหนดกฎเกณฑ์ด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม
.
เนื้อหาของนโยบายล้วนมุ่งลดภาระและแรงกดดันในหลายด้าน อาทิ วิธีการรับสมัครเด็กนักเรียนของโรงเรียน กำหนดให้โรงเรียนรัฐและเอกชนที่มีการเรียนการสอนในระบบการศึกษาภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ห้ามใช้วิธีสอบแข่งขันในการรับเด็กเข้าเรียน
.
โรงเรียนใดที่มีผู้สมัครเข้าเรียนเกินจำนวนที่กำหนด แนะนำให้ใช้วิธีสุ่มเลือกโดยคอมพิวเตอร์ และห้ามมิให้จัดการสอบในรูปแบบใดก็ตาม นอกเหนือไปจากการทดสอบความสามารถพิเศษและความสามารถทางศิลปะ หากไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังห้ามรับเด็กนักเรียนนอกพื้นที่ และรับนักเรียนเกินจำนวนที่กำหนดด้วย

.
ในด้านการสั่งการบ้าน ห้ามมิให้ครูอาจารย์สั่งการบ้านที่ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้เด็กนักเรียนชั้นป.1และป.2 ส่วนนักเรียนประถมศึกษาระดับชั้นอื่นๆ ก็ห้ามมิให้สั่งการบ้านที่ต้องเขียนส่ง ซึ่งใช้เวลาทำนานเกิน 60 นาที ส่วนการบ้านรายวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกำหนดไม่ให้นานเกิน 90 นาที อีกทั้งยังห้ามไม่ให้ครูสั่งงานผ่านทางแอปพลิเคชันต่างๆ อย่างเช่น วีแชตอีกด้วย
.
เรื่องเวลาในการเข้าเรียน ก็มีการระบุชัดเจนเช่นกันว่าห้ามมิให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนก่อนเวลา 8.00 น. และโดยหลักการแล้ว ห้ามมิให้นักเรียนมาถึงโรงเรียนก่อนเวลา 7.50 น.

.
นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังห้ามมิให้โรงเรียนจัดสอบวัดผลเกิน 1 ครั้งต่อหนึ่งภาคการศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นป.1และป.2 ส่วนนักเรียนประถมชั้นอื่นๆ ห้ามเกิน 2 ครั้ง รวมถึงห้ามมิให้ประกาศผลคะแนนและลำดับที่ได้จากผลสอบของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้นด้วย

ข่าว ซินหัว

11.05.2019

“ประโยชน์และอานิสงส์ของการรักษาศีล๕”

“ประโยชน์และอานิสงส์ของการรักษาศีล๕”

(ศีล๕ข้อจัดว่าเป็นมหาทานชั้นเลิศ มากกว่าการให้ทานอย่างไม่มีประมาณ)

อานิสงส์ของศีลข้อที่ ๑

– อายุยืนยาว

– ปราศจากโรคภัย

– ไม่มีอุบัติเหตุหรือสิ้นอายุก่อนวัยอันควร

– ไม่มีศัตรูเบียดเบียด

– สุขภาพแข็งแรง

อานิสงส์ของศีลข้อที่ ๒

– เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย

– มั่งมีทรัพย์

– มักประสบช่องทางที่ดีในการทำมาหากิน

– ทำมาค้าขึ้น

– ทรัพย์สมบัติไม่วิบัติหายนะ

อานิสงส์ของศีลข้อที่ ๓

– โชคดีในความรัก

– บุตรธิดาไม่ดื้อ ว่านอนสอนง่าย

– พบกับรักแท้

– บุตรธิดา เป็นอภืชาตบุตร

– บุตรธิดาไม่ถูกผู้อื่น ฉุดคร่าไปทำให้เสียหาย

อานิสงส์ของศีลข้อที่ ๔

– มีเสียงไพเราะชวนฟัง

– พูดจามีเหตุมีผล

– เจรจาอะไรก็มีผู้ฟังและเชื่อถือ

– สั่งสอนบุตรธิดาและศิษย์ให้อยู่ในโอวาทได้ดี

– มีไหวพริบในการเจรจา

อานิสงส์ของศีลข้อที่๕

– มีปัญญา

– ไม่หลงลืมฟั่นเฟือนเลอะเทอะ

– ไม่ปัญญาทราม

– ไม่เป็นโรคทางสมอง ,โรคประสาท

– ไม่ปัญญาทรามปัญญาอ่อน

นักวิทยาศาสตร์ เตรียมทดสอบการฉีดสเปรย์ลดโรคร้อน ในชั้นบรรยากาศ

นักวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ เตรียมทดลองฉีดสเปรย์ลดโลกร้อน ในชั้นบรรยากาศ

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ เผยว่า ได้เตรียมการจะทดลองฉีดพ่นสารเคมีในชั้นบรรยากาศโลกในปี ค.ศ. 2019 เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการใช้สารบางชนิดสะท้อนแสงอาทิตย์ให้กลับคืนสู่อวกาศซึ่งคาดว่าจะทำให้โลกเย็นลงและบรรเทาความรุนแรงของภาวะโลกร้อน

มีการเปิดเผยถึงโครงการวิจัยดังกล่าวในวารสาร Environmental Research Letters เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ของฮาร์วาร์ดเสนอให้ฉีดพ่นสารจำพวกละอองลอยซัลเฟต (Sulfate Aerosol) ปริมาณหลายล้านตันในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) เพื่อให้ลดความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ลงได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องเร่งแก้ไขภาวะโลกร้อนในขั้นวิกฤตให้ได้อย่างเร่งด่วน

การทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SCoPEx ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมุ่งหาหนทางยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตามหลักการ “วิศวกรรมโลก” (Geoengineering) โดยมนุษย์ใช้เทคโนโลยีเข้าแทรกแซงและควบคุมระบบภูมิอากาศของโลกในวงกว้าง เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในทุกปี

ทีมผู้วิจัยอ้างว่า การใช้ฝูงบินของเครื่องบินที่ออกแบบมาเป็นพิเศษออกปฏิบัติการฉีดพ่นสารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระยะนับหลายพันครั้งต่อปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงในทางปฏิบัติ และมีต้นทุนตํ่าพอที่ชาติต่างๆ จะร่วมกันแบกรับภาระทางการเงินนี้ได้ โดยประมานการว่ามีค่าใช้จ่ายตกปีละ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ทั่วโลกใช้พัฒนาพลังงานสีเขียวอยู่แล้วถึงปีละ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการทดลองขั้นต้นนี้ จะใช้บอลลูนนำสารแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูนที่อยู่ในรูปของควันละอองลอย ขึ้นไปฉีดพ่นที่ระดับความสูงราว 20 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก โดยจะยังใช้สารดังกล่าวในปริมาณไม่มากนัก จากนั้นบอลลูนจะบินตรวจตราภายในกลุ่มควันละอองลอยดังกล่าวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของอนุภาคละอองลอยและความเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

นักวิทยาศาสตร์บางส่วนมองว่า แม้ในอนาคตจะพบว่าวิธีการนี้ใช้ได้ผลและไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ก็เป็นเพียงทางเลือกเสริมในการลดโลกร้อนเท่านั้น เพราะมนุษย์ยังคงต้องจัดการกับต้นเหตุของปัญหาที่ยังไม่ถูกขจัดไป นั่นก็คือการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง นอกจากนี้ การฉีดพ่นสารเคมีลดโลกร้อนยังไม่ช่วยแก้ไขผลพวงจากการปล่อยคาร์บอน เช่นการที่นํ้าทะเลมีสภาพเป็นกรดได้

ว่าด้วยเครื่องหมาย สวัสดิกะ

เครื่องหมาย“สวัสดิกะ”

ความหมายที่เปลี่ยนไปจากความบริสุทธิ์แห่งสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ สู่เครื่องหมายแห่งการล้างเผ่าพันธุ์

เครื่องหมายสวัสดิกะนี้ เป็นเครื่องหมายอันเป็นมงคลสูงยิ่ง ที่น้อยคนนักจะรู้จัก เป็นส่วนหนึ่งในเทพปกรณัมที่ควรศึกษา และถูกบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ มาอย่างยาวนาน

สวัสดิกะ คือ เครื่องหมายแห่งพลวัตร การเคลื่อนไหว ความไม่หยุดนิ่ง ความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นเครื่องหมายแห่งการหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต

ความหมายแต่เก่าก่อน

คำว่า “Swastika” หรือ สวัสติกะ มาจากคำภาษาสันสกฤต ประกอบด้วยคำว่า “สุ” แปลว่า “ดี” กับ “อัสติ” แปลว่า “เป็น,อยู่” ส่วนคำว่า “กะ” เป็นคำลงท้าย ในช่วง 3,000 ปีที่ผ่านมาเครื่องหมายสวัสติกะถูกใช้เป็นตัวแทนของ ชีวิต ดวงอาทิตย์ อำนาจ ความแข็งแกร่ง และความโชคดี

เครื่องหมายสวัสดิกะ ได้ปรากฏในงานศิลปะมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะในทางศาสนาฮินดู ศาสนาเชน แม้แต่ศาสนาพุทธ หลายๆประเทศในแถบเอเชีย กรีก ยุโรป และอเมริกันพื้นเมือง จะใช้เครื่องหมายสวัสดิกะเป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและเทพเจ้า

ความหมายของสวัสดิกะในแรกเริ่มนั้น จะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม ความอุดมสมบูรณ์ เป็นเครื่องหมายแทนตัวของเทพเจ้า

แต่ภายหลังก็ถูกเปลี่ยนแนวคิดไปโดยสิ้นเชิง เมื่อมันกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของพรรคนาซีในเยอรมนี ที่ก่อตั้งโดยฮิตเลอร์ ทำให้คนทั่วไปมองว่าเครื่องหมายนี้เป็นสัญลักษณ์ของเผด็จการ และนำไปสู่ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับความหมายของสวัสดิกะ ในประเทศอื่นๆ อีกด้วย

ความหมายที่แปรเปลี่ยน

และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เครื่องหมายนี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องหมายบนอินทรนูของหน่วยกองทหารราบที่ 45 ของอเมริกา และในกองทัพอากาศของฟินแลนด์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่แล้วช่วงทศวรรษที่ 18 เมื่อประเทศต่างๆ ที่อยู่รายรอบเยอรมนีนั้น เริ่มขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็ว และสถาปนาเป็นอาณาจักรต่างๆ มีเพียงเยอรมนีเท่านั้นที่ยังไม่ได้รวมประเทศเป็นปึกแผ่น (เยอรมนีรวมประเทศสำเร็จในปี ค.ศ.1871)

ดังนั้น เพื่อเป็นการขจัดความรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในปี 1920 ฝ่ายชาตินิยมเยอรมันนำโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จึงได้เริ่มนำเครื่องหมายสวัสดิกะมาใช้เป็นเครื่องหมายพรรคนาซีของเขา เนื่องจากฮิตเลอร์ ผู้นำเยอรมนีในขณะนั้นเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์มีที่มาจากชนชาติอารยัน เผ่าพันธุ์ของเขา ที่เขาเชื่อว่าเก่งกล้าเหนือเผ่าอื่นๆ และสวัสดิกะเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อชัยชนะของชนชาติอารยัน โดยเครื่องหมายสวัสติกะของนาซีนั้นจะเอียง 45 องศา

อย่างไรก็ตาม เครื่องหมายสวัสดิกะนั้นในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เริ่มมาจากชนเผ่าอารยันของอินเดีย แต่เครื่องหมายสวัสดิกะมีอายุบนโลกนี้มานานกว่า10,000 ปีแล้ว พบได้ทั่วทุกหนแห่งในโลกนี้ แต่มาปรากฏในอินเดียตั้งแต่ 1,000 ปีก่อนที่ชนเผ่าอารยันจะย้ายรกรากเข้ามาอยู่ที่อินเดีย และเมื่อพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามายังจีน จีนก็รับเอาเครื่องหมายนี้มาด้วยเช่นกัน

ความแตกต่างของเครื่องหมายพรรคนาซี และเครื่องหมายพระพิฆเนศ

เครื่องหมายสวัสดิกะของพรรคนาซี จะเอียง 45 องศา และไม่มีจุด

ส่วนเครื่องหมายสวัสดิกะของพระพิฆเนศ จะตั้งตรง ไม่เอียง และมีจุด 4 จุดอยู่ระหว่างแขนทั้ง 4

จากบทบาทของฮิตเลอร์ที่นำพากองทัพของผู้มีเชื้อสายอารยัน ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวนับล้านคน และความโหดเหี้ยมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ตั้งแต่นั้นมา ชาวตะวันตกส่วนใหญ่มองว่าสวัสติกะเป็นตัวแทนของความโหดเหี้ยมอำมหิต และเผด็จการ นำไปสู่การเข้าใจความหมายแบบผิดๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ว่าด้วยโรคไมเกรน

โรคไมเกรนหรือโรคปวดหัวข้างเดียว (อังกฤษ: migraine) เป็นความผิดปกติทางประสาทเรื้อรังอย่างหนึ่ง ลักษณะเด่นคือปวดศีรษะปานกลางถึงรุนแรงเป็นซ้ำ มักสัมพันธ์กับอาการทางระบบประสาทอิสระจำนวนหนึ่ง

ตรงแบบ อาการปวดศีรษะมีผลต่อศีรษะครึ่งซีก มีสภาพปวดตามจังหวะ (หัวใจเต้น) และกินเวลาตั้งแต่ 2 ถึง 72 ชั่วโมง อาการที่สัมพันธ์อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสง เสียงหรือกลิ่น โดยทั่วไปความเจ็บปวดรุนแรงขึ้นจากกิจกรรมทางกาย ผู้ป่วยไมเกรนถึงหนึ่งในสามมีสัญญาณบอกเหตุ (aura) คือ การรบกวนภาพ การรับความรู้สึก ภาษาหรือการสั่งการร่างกายซึ่งบ่งบอกว่าจะเกิดปวดศีรษะในไม่ช้า[1] บางครั้งสัญญาณบอกเหตุเกิดได้โดยมีการปวดศีรษะตามมาน้อยหรือไม่ปวดเลย

เชื่อว่า ไมเกรนมีสาเหตุจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมและพันธุกรรมผสมกัน ผู้ป่วยประมาณสองในสามเป็นในครอบครัว[3] การเปลี่ยนระดับฮอร์โมนผสมกัน เพราะไมเกรนมีผลต่อเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเล็กน้อยก่อนวัยเริ่มเจริญพันธุ์ แต่ในผู้ใหญ่ หญิงเป็นมากกว่าชายประมาณสองถึงสามเท่า ความเสี่ยงของไมเกรนปกติลดลงระหว่างการตั้งครรภ์ ยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัดของไมเกรน แต่เชื่อว่าเป็นความผิดปกติของประสาทควบคุมหลอดเลือด ทฤษฎีหลักสัมพันธ์กับการเร้าได้ (excitability) ที่เพิ่มขึ้นของเปลือกสมองและการควบคุมผิดปกติของเซลล์ประสาทรับความเจ็บปวดในนิวเคลียสของประสาทไทรเจมินัลในก้านสมอง[6]

เริ่มต้น การรักษาแนะนำ คือ ยาระงับปวดธรรมดา เช่น ไอบูโปรเฟนและพาราเซตามอล (หรืออะเซตามิโนเฟน) สำหรับปวดศีรษะ ยาแก้อาเจียนสำหรับคลื่นไส้ และการเลี่ยงตัวกระตุ้น อาจใช้สารเฉพาะเช่น ทริพแทนหรือเออร์โกทามีนในผู้ที่ยาระงับปวดธรรมดาใช้ไม่ได้ผล 15% ของประชากรทั่วโลกเคยเป็นไมเกรนครั้งหนึ่งในชีวิต

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น